20 สิงหาคม 2551

MPLS (Multiprotocol Label Switching)
การเติบโตของเครือข่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกเวลา ทำให้มีความคับคั่งของข้อมูลมาก จนเกิดการติดขัดของข้อมูล ปัญหาเกี่ยวกับการจราจรบนเครือข่ายนี้เป็นผลมาจากการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การเชื่อมต่อกันระหว่าง Router ใช้ส่งสาร T1 และ T3 เป็นหลักอีกยังใช้ IGP เป็นโปรโตคอลในการกำหนดเส้นทางทำให้เกิดปัญหาว่ามีการใช้เส้นทางบางสายมากเกินไป
ประมาณกลางปี ค.ศ. 1990 ได้มีการนำเอาเครือข่าย TCP/IP ไปทับซ้อนบนเครือข่าย ATM เครือข่ายนี้จะมีความสามรถมากกว่า TCP/IP เนื่องจากเป็น Virtual Circuits Switching ทำให้เกิดความล่าช้า ในการรับส่งข้อมูล
ในช่วงปี ค.ศ. 1997 หน่วยงาน IETF ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากยังใช้งานเครือข่าย ATM ต่อไป โดยเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้มีชื่อว่า MPLS (Multiprotocol Label Switching)
MPLS เกิดขึ้นมาเพื่อการลด Overhead เป็นงานที่เรียกว่าวิศวกรรมควบคุมการจราจรบนเครือข่ายนั้นเอง โดยมีประโยชน์ที่ได้รับคือ
- ควบคุมการจราจรบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรบนเครือข่ายได้เป็นอย่างดี
- ความสามารถในการควบคุมคุณภาพการบริการ ทำให้สามารถรับประกันเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลต่อเวลาได้เป็นอย่างดี
- สามารถใช้งานเป็น Tunnel ให้ VPN ได้เป็นอย่างดีโดยสามารถกำหนด Virtual Circuit ระหว่าง ISP กับลูกค้าเพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับ Tunnel
- สนับสนุนโปรโตคอลได้หลากหลาย

การทำงานของ MPLS
การสร่างระบบจัดเส้นทางของ packet หรือการ Routing ขึ้นใหม่ภายในเครือข่ายที่กำหนดซึ่งเส้นทางนี้คือ LSP ( Label Switch Path) โดย Packet ที่วิ่งเข้าจะถูกกำหนด Label ประจำตัวใหม่ จากนั้นจึงวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ใน LSP สำหรับLabel นั้น ๆ ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นไปได้ทั้งการกำหนดตายตัวล่วงหน้า และการกำหนดแบบเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าโปรโตคอลในการกำหนดเส้นทางที่ใช้อยู่เดิมในเครือข่าย TCP/IP การทำงานจะทำงานได้เร็วกว่า Routing แบบเดิม เพราะการคำนวณเพื่อจัดเส้นทางจะทำไว้ล่วงหน้าและเป็นอิสระจากการรับส่งข้อมูลแต่ละ Packet